ผลการแข่งขันระหว่าง เรอัล มาดริด Vs สเปอร์ส

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีกกลุ่ม H

ระหว่างเรอัล มาดริด 1-1 สเปอร์ส

วันที่ 17/10/17 เวลา 01:45 น.

สนาม : Estadio Santiago Bernabeu

ผู้ตัดสิน : Szymon Marciniak

รายชื้อผู้เล่นของ 2 ทีม

ผู้เล่น 11 ตัวจริงของ Real Madrid (4-3-3) :  Keylor Navas , Marcelo , Sergio Ramos , Raphael Varane,  Achraf Hakimi , Toni Kroos , Casemiro  Luka Modric , Alarcon Suarez,Isco Cristiano Ronaldo , Karim Benzema

Substitutes:   Nacho, Francisco Casilla ,  Theo Hernandez , Lucas Vazquez ,  Llorente Moreno , Marco Asensio , Ceballos Fernandez

ผู้เล่น 11 ตัวจริงของ Tottenham Hotspur (4-2-3-1) : Hugo Lloris,  Serge Aurier Davinson Sanchez Mina ,  Eric Dier, Toby Alderweireld, Jan Vertonghen,  Moussa Sissoko , Harry Winks,  Christian Eriksen, Fernando Llorente  , Harry Kane

Substitutes:  Kieran Trippier, Danny Rose, Son Heung Min, Michel Vorm,  Juan Foyth,   Kyle Walker-Peters,  Anthony Georgiou

แผนการเล่นของ 2 ทีม

เหตุการณ์สำคัญต่างๆทีี่เกิดครึ่งระหว่างการแข่งขัน

นาทีที่ 5 ‘ โอกาสแรกของเจ้าบ้านมาดริดน่าได้สุดๆจาก Achraf Hakimi. เปิดบอลจากด้านข้างเข้ากลางให้ Cristiano Ronaldo โหม่งจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาบอลชนเสา บอลเด้งมาเข้าทาง Karim Benzema เก็บตกหน้าประตูดันยิงออกหลุดเสาไป

นาทีที่ 17 ‘  มาดริดต่อเกมกันขึ้นมา Karim Benzema ทำชิ่งกับ Cristiano Ronaldo ดึงหลอกกองหลังก่อนจะหาจังหวะซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 19 ‘ โอกาสของทีมเยือนจังหวะลูกเตะมุมฝั่งขวา Eriksen เปิดบอลเข้ามา Harry Kane ขึ้นโหม่งเต็มๆบอลตรงกรอบแต่เป็นซุปเปอร์เซฟของ  Keylor Navas ปัดทิ้งข้ามคานไปได้

นาทีที่ 27 ‘ Own Goal !! กลายเป็นทีมเยือนอย่าง สเปอร์ส ที่ขึ้นนำก่อนจากการต่อเกมกันขึ้นมา Serge Aurier เปิดบอลจากด้านข้างมาหน้าประตูเป็น Raphael Varane ที่วิ่งมาจะมาสกัดบอลแต่บอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป สเปอร์สขึ้นนำ 0 – 1

นาทีที่ 29 ‘ สเปอร์สมาอีก  Serge Aurier ได้ซัดไกลนอกกรอบ  Keylor Navas พุ่งปัดบอลทิ้งไว้ได้

นาทีที่ 31 ‘ Isco ได้ยิงหน้ากรอบ 6 หลาเป็นซุปเปอร์เซฟของ Hugo Lloris

นาทีที่ 32 ‘  Cristiano Ronaldo รับใบเหลือง

นาทีที่ 37 ‘  Luka Modric. เปิดบอลยาวจากกลางสนามให้  Karim Benzema ขึ้นโหม่งบอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 42 ‘ จุดโทษ !! มาดริดเฮ Serge Aurier ไปทำฟาวล์ใส่ Toni Kroos ล้มลงในเขตโทษกรรมการเป่าเป็นจุดโทษ

นาทีที่ 43 ‘ Serge Aurier รับใบเหลือง

นาทีที่ 43 ‘ Goal !!  Cristiano Ronaldo  รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปเสมอกัน 1 – 1

หมดครึ่งแรก

นาทีที่ 54 ‘ Casemiro เปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปให้ Karim Benzema โหม่งจ่อๆ 6 หลาติดเซฟ  Hugo Lloris อย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 55 ‘   Cristiano Ronaldo ซัดไกลข้ามคาน

นาทีที่ 62 ‘ มาดริดพับสนามบุกต่อ Casemiro. ไหลบอลออกด้านข้างให้  Cristiano Ronaldo ที่เติมขึ้นมายิงเต็มข้อบอลตรงกรอบแต่ก็ยังเป็นซุปเปอร์เซฟของ Hugo Lloris

นาทีที่ 64 ‘ Cristiano Ronaldo เลี้ยงกระชาก แหวกกองหลังมา 3 คนก่อนจะซัดด้วยซ้ายแต่  Hugo Lloris  ก็ยังล้มตัวปัดทิ้งไปได้

นาทีที่ 65 ‘ โอกาสทองของสเปอร์ส จังหวะสวนกลับของ Fernando Llorente. ลากบอกขึ้นมาก่อนจะจ่ายให้ Harry Kane หลุดเดีี่ยวเข้าไปยิงแต่ก็ยังเป็น Keylor Navas ที่ล้มตัวปัดปลายมือไว้ได้อีก

นาทีที่ 73 ‘ สเปอร์สลุยต่อ Christian Eriksen ลากเข้าไปยิงบอลเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 76 ‘ มาดริดเปลี่ยนตัวเอา   Karim Benzema. ออกแล้วส่ง Marco Asensio ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 80 ‘ สเปอร์สเปลี่ยนตัวเอา Fernando Llorente. ออกแล้วส่ง Danny Rose ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 84 ‘ โอกาสของเจ้าบ้าน มาดริด Marco Asensio เปิดบอลโด่งเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ Cristiano Ronaldo ขึ้นโหม่งบอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 87 ‘ มาดริดเปลี่ยนตัวเอา  Isco ออกแล้วส่ง   Lucas Vázquez ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 89 ‘ สเปอร์สเปลี่ยนตัวเอา Moussa Sissoko. ออกแล้วส่ง   Son Heung-Min ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 90+3 ‘ จังหวะสุดท้ายของเกมเป็นของทีมเยือน  Christian Eriksen. จ่ายบอลให้  Son Heung-Min ยิงหน้ากรอบเขตโทษบอลข้ามคานออกไป

จบเกมส์ เรอัล มาดริด 1-1 สเปอร์ส

สถิติโดยรวมทั้งสองทีม

ตารางคะแนนหลังจบเกมส์


แทงบอลออนไลน์ แทงบอลกับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ ฝาก/ถอน รวดเร็วทันใจเพียง 1 นาที ไม่ต้องรอดำเนินการ มีบอลให้ลูกค้าทุกท่านได้เล่นในทุกๆลีกบนโลกใบนี้ เรารวบรวมเอามาไว้บนมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ของท่านแล้ว สนใจร่วมลงทุนกับเรา คลิกเลย >>> COPA888